วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553
sipa ทำโปรแกรมเกี่ยวกับ animation ชื่อว่าอะไร
โครงการ SIPA Animation Contest 2009 เป็นโครงการประกวดผลงานด้าน Animation โดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ดำเนินการจัดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2006 จากโครงการเดิมคือ SIPA Pitch ซึ่งได้จัดโครงการ SIPA Pitch ตั้งแต่ ปี 2006 จนกระทั่งปี 2008 และในปีนี้ ได้มีการแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 สายงานได้แก่ สายงานด้าน Animation ใช้ชื่อ SIPA Animation Contest 2009 และสายงานด้านเกม ใช้ชื่อ SIPA Game Contest 2009 เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจเข้าร่วมส่งผลงานมากขึ้น
การสนับสนุนโครงการนี้ของ SIPA เป็นการกระตุ้นผู้ประกอบการ และนักเรียน นักศึกษา ได้มีเวทีในการแสดงผลงานของตนเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรูปแบบการแข่งขัน SIPA Animation Contest 2009 แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่
1.Animation for Pre – school แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทนักเรียน – นักศึกษา และประเภทบุคคลทั่วไป
2.Animation for Teen แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทนักเรียน – นักศึกษา และประเภทบุคคลทั่วไป
3.การประกวดออกแบบ Character Design
4.การประกวดผลงานด้าน e – Learning
สุริยัน จันทรา คืออะไร

"Suriyan" เป็นซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดย SIPA เห็นว่าการที่ประชากรในชาติจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่เป็น ซอฟต์แวร์เชิงพานิชนั้น นอกจากจะสิ้นเปลืองและไม่ปลอดภัยแล้ว เราจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย ทาง SIPA จึงพัฒนาระบบปฏิบัติการ Suriyan ที่เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สทั้งระบบขึ้นมาให้ใช้งาน
"Chantra" เป็นชุดซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สบนวินโดวส์ ที่ SIPA คัดเลือกแล้วว่ามีความสามารถพอใช้ทดแทนซอฟต์แวร์แบบเดิมๆ ได้ เป้าหมายคือเผยแพร่โอเพ่นซอร์สไปยังบุคคลทั่วไป โดยจะแจกในรูปแบบซีดีพร้อมคู่มือเล็กน้อยแบบ Booklet จำนวนค่อนข้างมากพอสมควร
รายชื่อโปรแกรมทั้งหมดก็จะเป็นโปรแกรมที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น Firefox, Thunderbird, Nvu, OpenOffice.org, Inkscape, GIMP, TuxRacer เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดของทุกโปรแกรม อยู่บนเว็บไซต์ thaiopensource.org จุดสำคัญของจันทราคือการประชาสัมพันธ์และการโปรโมตในวงกว้าง
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553
ผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์อะไรจากบทความดังกล่าว
จากบทความดังกล่าวข้างต้นนั้นจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีร้านสะดวกซื้อเกิดขึ้นมากมายมีทั้ง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคหัวใจหลักของการเป็นร้านสะดวกซื้อที่ครองใจผู้บริโภคมากในปัจจุบันก็คือการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และ มีการจัดวางสินค้าที่ดูสวยงามเรียบร้อยดูแล้วน่าหยิบน่าซื้อและน่าที่จะเข้าไปเยี่ยมชมของจึงทำให้ร้านขายของชำหรือที่รู้จักกันในนามของร้านโชว์ห่วยก็ค่อยๆหายไปจากสังคมไทยในปัจจุบันซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าของกิจการร้านโชว์ห่วยนั้นก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับ
สถานการณ์ในปัจจุบันหรือหากลยุทธ์ต่างๆเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้เช่นตัวอย่างของร้านโชว์ห่วยในบทความก็มีการใช้กลยุทธ์เน้นการ บูรณาการ การใช้พื้นที่ร่วมกัน การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อที่จะทำให้ไม่เสียเวลาในการที่จะใช้เวลาและพื้นที่ในการขายของเพียงอย่างเดียวแต่ปรับให้มีการขายก๋วยเตี๋ยวและขายน้ำเพื่อที่ว่าจะเป็นผลพลอยได้เมื่อมีคนมากินกิ๋วยเตี๋ยวแล้วก็ซื้อน้ำหรือโชคดีอาจมีการซื้อของกลับไปด้วย จากกลยุทธ์นี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการปรับตัวให้อยู่รอดได้จากการคุกคามของร้านสะดวกซื้อและสภาวการณ์ที่มีแต่การแข่งขันในปัจจุบัน
อธิบายวิธีการและความแตกต่างของ องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และ ทัศนคติ
องค์ความรู้ หมายถึง ตัวความรู้ที่กำหนดขอบเขตได้และระบุเฉพาะเจาะจงได้ เป็นสิ่งที่สร้าง ผลิต และพัฒนาได้ เผยแพร่ ถ่ายทอด และนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น พูดว่า งานวิจัยชิ้นนี้สร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับวงการศึกษา คำว่า "องค์ความรู้" แตกต่างจากคำว่า "ความรู้" ตรงที่ องค์ความรู้เป็นสิ่งภายนอกที่สร้างจากความรู้ที่อยู่ภายในตัวบุคคล องค์ความรู้สามารถกำหนดขอบเขตที่เฉพาะเจาะจงได้ ส่วนความรู้มีลักษณะเป็นนามธรรม อยู่ภายในตัวบุคคล ยากที่จะเห็นได้.
ภูมิปัญญา หมายถึง แบบแผนการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าแสดงถึงความเฉลียวฉลาดของบุคคลและสังคม ซึ่งได้สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาจะเป็นทรัพยากรบุคคลหรือทรัพยากรความรู้ก็ได้
ทัศนคติ / วิสัยทัศน์ หมายถึง ความรู้สึก ความคิดหรือความเชื่อ และแนวโน้มที่จะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมของบุคคล เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบ โดยการประมาณค่าว่าชอบหรือไม่ชอบ ที่จะส่งผลกระทบต่อการตอบสนองของบุคคลในเชิงบวกหรือเชิงลบต่อบุคคล สิ่งของ และสถานการณ์ ในสภาวะแวดล้อมของบุคคลนั้นๆ โดยที่ทัศนคตินี้ สามารถเรียนรู้ หรือจัดการได้โดยใช้ประสบการณ์ และ ทัศนคตินั้นสามารถที่จะรู้ หรือถูกตีความได้จากสิ่งที่คนพูดออกมาอย่างไม่เป็นทางการ หรือจากการสำรวจที่เป็นทางการ หรือจากพฤติกรรมของบุคคลเหล่านั้น
จากการอธิบายความหมายข้างต้นอาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และทัศนคติ นั้นทั้งสามอย่างมีความเกี่ยวข้องและสอดคล้องซึ่งกันและกันเมื่อคนเราเกิดมา แต่ละคนนั้นย่อมเกิดการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมต่างๆเมื่อเกิดการเรียนรู้ก็ เกิดภูมิปัญญา เกิดแบบแผนในการดำเนินชีวิตต่างๆที่ได่สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเกิด เป็นองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นซึ่งใช้อธิบายสิ่งที่เป็นความรู้ภายในที่ไม่ สามารถอธิบายหรือบรรยายได้ในบางลักษณะเมื่อเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเกิดทัศนคติหรือวิสัยทัศน์ที่จะเป็นแนวโน้มส่งผลให้มนุษย์เกิดการ ประพฤติปฏิบัติหรือสนองต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบแผนได้ถ้าจะหาความแตก ต่างก็อาจกล่าวได้ว่าทั้งสามคำมีความหมายและลักษณะที่แตกต่างกันในตัวอยู่ แล้วเพียงแต่ว่ามีความหมายที่สอดคล้องกันเป็นนัยสำคัญเพื่ออธิบายวิธีการและ แบบแผนต่างๆให้กับมนุษย์
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552
อธิบาย Red Ocean, Blue Ocean และ White Ocean พร้อมยกตัวอย่างทั้ง 3 กลยุทธ์
หรือ กลยุทธ์ Red Ocean นั้นก็คือการทำธุรกิจที่มีคู่แข่งขันสูงแต่หากมีการขยายความให้มีความหมายที่ลึกและชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั้นก็หมายถึงว่าบริษัทต่างๆในอุตสาหกรรมแต่ละรายก็มุ่งเน้นจะเอาชนะคู่แข่งคนอื่นๆ่เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และทำให้ได้กำไรมากที่สุดโดยที่ แนวทางส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปที่ ดูว่าคู่แข่งทำอะไรบ้างและบริการของคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อคู่แข่งออกสินค้าหรือบริการอะไรใหม่ออกมาก็จะทำตามและออกสินค้าใหม่ออกมาเช่นเดียวกันเพื่อไม่ให้น้อยหน้าและแย่งลูกค้าซึ่งกันและกันและเมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมก็จะมีลักษณะที่เหมือนกันหาความแตกต่างของสินค้าได้ยากและนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาเป็นหลัก ซึ่งก็จะไม่ทำให้ใครได้ประโยชน์หรือเกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จิง และนี่คือความหมายของ กลยุทธ์ที่เรียกว่า Red Ocean
ตัวอย่าง Red Ocean strategy : ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ
จะเห็นได้ว่าธุรกิจโทรศัพท์มือถือมีการแย่งลูกค้าทางการตลาดกันมากเมื่อคู่แข่งออกแบบโทรศัพท์ที่มีฟังก์ชั่นไหนมาใหม่แล้วขายดีหรือเป็นที่ต้องการของลูกค้าก็จะแข่งกันผลิตขึ้นมาและกลายเป็นว่ามีการแข่งขันทางการตลาดสูงทำให้ขายไม่ได้และผู้ประกอบการก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกจากขาดทุน
Blue Ocean strategy
หรือ กลยุทธ์ Blue Ocean นั้นก็จะเป็นกลยุทธ์ที่ตรงกันข้ามกับ Red Ocean หลักการของ
Blue Ocean นั้นจะไม่มุ่งเน้นทำในสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรือสิ่งที่ยังไม่มีขึ้นมาใหม่โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เป็นการสร้างความต้องการของลูกค้าและอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อองค์กรเองและลูกค้า
โดยลูกค้าก็จะได้รับคุณค่าที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ในขณะที่องค์กรก็จะลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร
หรือกล่าวอีกนัยหน่งว่า กลยุทธ์ Blue Ocean ก็คือธุรกิจที่มีคู่แข่งขันน้อยหรือไม่มีคู่แข่งขันนั่นเอง
ตัวอย่าง Blue Ocean strategy : เวิร์ค พอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์
จะเห็นได้ว่า เวิร์ค พอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ถือเป็นต้นแบบของการใช้กลยุทธ์การตลาดบลู โอเชียน ของวงการโทรทัศน์ เกมโชว์ในรูปแบบวาไรตี้ เช่น ชิงร้อย ชิงล้าน หรือระเบิดเถิดเถิง เป็นการสร้างรายการฉีกรูปแบบเกมโชว์ทั่วไปที่มีนับสิบรายการต่อสัปดาห์ใน เวลานั้น ไปสู่ตลาดที่ไร้ซึ่งคู่แข่งแต่คงไว้ซึ่งองค์ประกอบความสนุกของรายการเกมโชว์ครบถ้วน เช่นเดียวกับ เกมโชว์ในแนวสร้างความรู้ อย่าง แฟนพันธุ์แท้,
เกมทศกัณฑ์ และกล่องดำ รางวัลชนะเลิศการประกวดรายการโทรทัศน์แห่งเอเชีย แสดงให้เห็นถึงควาสำเร็จในการผลิตรายการที่มีความแปลกใหม่ ออกไปจากตลาด แต่ได้รับความนิยม ได้เป็นอย่างดี
White Ocean strategy
เป็นส่วนของกลยุทธที่อยู่ในอุดมคติที่มีการพูดถึงหลายปีมาแล้วสาเหตุที่มีการพูดถึง White Ocean
ก็เนื่องมาจากว่าเมื่อมี Blue Ocean แล้วก็ยังมีการแข่งขันกันมากขึ้นจน Blue Ocean จะกลายเป็น
Red Ocean มากขึ้นทุกวันจึงมีการคิดที่จะสร้างกลยุทธ์ White Ocean ขึ้นมาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการ , ลูกค้า และสังคม ซึ่งต้องประกอบด้วย คุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ เป็นการสร้างมาตรฐานและบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจและสังคม
ตัวอย่าง White Ocean strategy : บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นจำกัด
ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ White Ocean ทำให้ได้ลูกค้าที่มีแนวคิดเดียวกัน หรือที่เรียกได้ว่าเป็น "ธรรมะจัดสรร" ยกตัวอย่าง กลุ่มทาทาซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของอินเดีย ที่เข้ามาขยายธุรกิจในเมืองไทย และมีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจด้วยการมุ่งเป้าหมายเพื่อช่วยให้สังคมที่ องค์กรธุรกิจเข้าไปอยู่ร่วมเป็นสังคมที่มีความหวังมากขึ้น ประกอบกับการใช้คุณธรรมและจริยธรรม ทำให้สามารถสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจเติบโตมาถึง 300 ปี
